การสูบบุหรี่ทำให้เกิดผมหงอกก่อนวัยและผมร่วงจริงหรือ? ความจริงจากมุมมองด้านสารวิทยาเส้นผม
ภาพถ่ายการตรวจวิเคราะห์สภาพหนังศีรษะของผู้ชายและผู้หญิงที่สูบบุหรี่ แสดงความแตกต่างระหว่างรากผมที่สมบูรณ์ กับรากผมที่ถูกทำลายจากการสูบบุหรี่จนเกิดผมหงอกก่อนวัยและผมร่วงบางในกรุงเทพฯ ประเทศไทย
การมองดูเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีเทาขาวก่อนเวลาอันควร หรือการต้องเผชิญกับภาวะผมบางลงเรื่อย ๆ เป็นเรื่องที่บั่นทอนความมั่นใจของผู้คนจำนวนมาก แม้ว่าหลายคนจะปัดความรับผิดชอบให้เป็นเรื่องของอายุที่มากขึ้นหรือกรรมพันธุ์ แต่ผลการวิจัยทางการแพทย์กลับชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต นั่นคือ "การสูบบุหรี่" สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งต้องเผชิญกับมลภาวะและสิ่งเร้าภายนอกรอบตัวอยู่แล้ว การสูบบุหรี่จะยิ่งทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาภายในให้รากผมเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น ความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคยาสูบ อาการผมหงอกก่อนวัย (Premature Hair Graying) และโรคผมร่วง (Alopecia) จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการที่สารพิษเข้าไปทำลายระบบหมุนเวียนเวียนโลหิตและสภาพแวดล้อมระดับจุลภาคของรูขุมขนบนหนังศีรษะอย่างรุนแรง (Babadjouni, A., Et Al., (2021).
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์: ควันบุหรี่เปลี่ยนรากผมให้เป็นพิษได้อย่างไร
กลไกทางชีวภาพที่เชื่อมโยงการใช้ยาสูบเข้ากับการเสื่อมสภาพของรากผมนั้นดำเนินไปในหลายทิศทาง ประการแรก สารนิโคติน (Nicotine) มีฤทธิ์ทำให้หลอดเกิดการหดตัวเฉียบพลัน (Acute Vasoconstriction) ส่งผลให้เส้นเลือดตีบลง เนื่องจากปุ่มรากผม (Hair Papilla) จำเป็นต้องอาศัยกระแสเลือดจำนวนมากเพื่อนำสารอาหารมาเลี้ยงเซลล์ให้เกิดการแบ่งตัวในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) การลดลงของระบบไหลเวียนโลหิตในบริเวณดังกล่าวจึงทำให้รากผมตกอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนและขาดสารอาหารที่จำเป็น ประการที่สอง ควันบุหรี่ประกอบด้วยสารเคมีที่เป็นพิษร้ายแรงหลายพันชนิด สารเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ไปทั่วระบบร่างกาย และสร้างอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ออกมาเป็นจำนวนมหาศาล อนุมูลอิสระเหล่านี้จะเข้าทำลายดีเอ็นเอ (DNA) ของเซลล์รากผมโดยตรง และเร่งให้เกิดการอักเสบในระดับเล็ก (Micro-inflammation) ซึ่งเป็นการบังคับให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักและหลุดร่วง (Telogen Phase) เร็วกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้วงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นผมสั้นลง (Trüeb, R. M. (2015).
การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการสูบบุหรี่ส่งผลให้เกิดภาวะผมหงอกก่อนวัยและผมร่วงได้อย่างไรนั้น จำเป็นต้องพิจารณาจากกลไกในระดับเซลล์ ระบบหลอดเลือด และพันธุกรรม ซึ่งได้รับการยืนยันจากการวิจัยทางคลินิก เนื่องจากรากผมจัดเป็นหนึ่งในเนื้อเยื่อที่มีกระบวนการเผาผลาญทางชีวภาพที่ตื่นตัวสูงที่สุด (Metabolically Active Tissues) ในร่างกายมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ รากผมจึงมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อสารพิษจากระบบร่างกายที่เกิดจากการสูบบุหรี่
1. ภาวะหลอดเลือดหดตัวและการขาดอากาศหายใจของระบบหลอดเลือดฝอย (Vasoconstriction and Microvascular Suffocation)
เส้นทางหลักที่การสูบบุหรี่ก่อให้เกิดเร่งสภาวะผมร่วงเฉียบพลัน คือการจำกัดการไหลเวียนของโลหิตที่ไปเลี้ยงระบบรากผมโดยตรง
ภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดจากนิโคติน (Nicotine-Induced Ischemia): ภายในหนังศีรษะ ปุ่มรากผม (Dermal Papilla) ต้องพึ่งพาเครือข่ายหลอดเลือดฝอยที่หนาแน่นเพื่อลำเลียงกรดอะมิโน ออกซิเจน และวิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์แบบไมโทซิส (Mitosis) ในช่วงระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) การศึกษาทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าการสูดดมสารนิโคตินจะเข้าไปกระตุ้นการหลั่งสารคาเทโคลามีน (Catecholamines เช่น อะดรีนาลีน) ในทันที ซึ่งนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดหดตัวเฉียบพลัน (Acute Vasoconstriction) ของหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กเหล่านี้
ภาวะรากผมขาดสารอาหาร (Follicular Starvation): การหดตัวของหลอดเลือดดังกล่าวส่งผลให้การไหลเวียนของกระแสเลือดลดลง ก่อให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดในระบบหลอดเลือดฝอย (Microvascular Ischemia) เมื่อขาดออกซิเจน รากผมจะไม่สามารถคงพลังงานที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตในระยะ Anagen ไว้ได้ ส่งผลให้เนื้อเยื่อรากผมหยุดกระบวนการผลิตเส้นผมก่อนเวลาอันควร และถูกบังคับให้เข้าสู่ระยะพักและหลุดร่วง (Telogen Phase) (Trüeb, R. M. (2015).
2. ภาวะเครียดจากออกซิเดชันและการทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี (Oxidative Stress and the Destruction of Melanocytes - Premature Greying)
อาการผมหงอกเกิดขึ้นเมื่อแกนผมขาดแคลนเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่สร้างขึ้นจากเซลล์เฉพาะทางที่เรียกว่า เซลล์สร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanocytes) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกระเปาะรากผม โดยการสูบบุหรี่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาภายในให้เกิดการสูญเสียเม็ดสีนี้เร็วขึ้น
ภาวะอนุมูลอิสระล้นเกิน (Free Radical Overload): ควันบุหรี่เป็นตัวกำเนิดสารอนุมูลอิสระภายนอกประเภท สารอนุมูลอิสระที่มีออกซิเจนเป็นศูนย์กลาง (Reactive Oxygen Species หรือ ROS) และอนุมูลอิสระอื่นๆ ในปริมาณมหาศาล เมื่อสารพิษเหล่านี้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบร่างกาย พวกมันจะเข้าไปทำลายระบบต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติภายในร่างกาย (Endogenous Antioxidant Defenses เช่น เอนไซม์ Catalase และ Superoxide Dismutase) บนหนังศีรษะ
การตายของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte Apoptosis): เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) เป็นเซลล์ที่มีความอ่อนไหวและเปราะบางต่อสภาวะเครียดจากออกซิเดชันในบริเวณดังกล่าวอย่างยิ่ง การสะสมของสาร ROS จะเข้าไปกระตุ้นปฏิกิริยาลิพิดเปอร์ออกซิเดชัน (Lipid Peroxidation) ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ และทำให้ดีเอ็นเอของไมโทคอนเดรีย (Mitochondrial DNA) ภายในเซลล์สร้างเม็ดสีเกิดการกลายพันธุ์ การบาดเจ็บทางระบบเผาผลาญนี้จะเข้าสู่กระบวนการทำลายตัวเองของเซลล์ก่อนวัยอันควร (Apoptosis) ของเซลล์สร้างเม็ดสีในรากผม
สัญญาณเตือน "เส้นผมของสิงห์อมควัน" (The "Smoker’s Hair" Sign): เมื่อไม่มีเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ที่สมบูรณ์ในการส่งผ่านเม็ดสีเมลานินไปยังเซลล์เคราติน (Keratinocytes) ของแกนผมที่กำลังงอกใหม่ เส้นผมที่โตขึ้นมาจึงกลายเป็นผมที่ไม่มีเม็ดสี โดยปรากฏให้เห็นเป็นผมสีเทา สีขาว หรือลักษณะโปร่งแสง ข้อมูลทางระบาดวิทยาบ่งชี้ว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะผมหงอกก่อนวัย (Premature Hair Graying) ก่อนช่วงอายุ 30 ปี สูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 4 เท่า (Jo, S. J., Et Al., (2018). (Zayed, A. A., Et Al.,(2013)
3. การอักเสบในระดับเล็กและการเสียสมดุลของสารโปรตีเอสและสารต้านโปรตีเอส (Micro-Inflammation and Protease/Antiprotease Imbalance)
การมีอยู่ของสารพิษจากยาสูบที่หมุนเวียนในร่างกาย ได้เข้าไปปรับเปลี่ยนความสมดุลอันเปราะบางของเอนไซม์และระบบภูมิคุ้มกันรอบๆ รากผม
การอักเสบในระดับเล็กบริเวณรอบรากผม (Perifollicular Micro-Inflammation): สารพิษที่ดูดซึมผ่านควันบุหรี่จะแพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อรากผม ส่งผลให้เกิดการสะสมของเซลล์อักเสบชนิดโมโนนิวเคลียร์ (Mononuclear Cells) และที-ลิมโฟไซต์ (T-lymphocytes) บริเวณรอบกระเปาะรากผม สภาวะการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำนี้ หรือที่เรียกว่า การอักเสบในระดับเล็ก (Micro-inflammation) จะค่อยๆ ทำลายโครงสร้างค้ำจุนเซลล์ภายนอก (Extracellular Matrix) ที่ทำหน้าที่ยึดเกาะเส้นผมไว้
การย่อยสลายของเอนไซม์ (Enzymatic Degradation): ภาวะเครียดจากออกซิเดชันจากการสูบบุหรี่จะทำลายความสมดุลระหว่าง สารโปรตีเอส (Proteases - เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายโปรตีน) และสารต้านโปรตีเอส (Antiproteases) ในหนังศีรษะ การกระตุ้นการทำงานของสารโปรตีเอสที่มากเกินไปจะเข้าทำลายโปรตีนโครงสร้างของรากผม นำไปสู่กระบวนการฝ่อตัวลงของรากผม (Follicular Miniaturisation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่รูขุมขนของเส้นผมจะหดตัวเล็กลงในทุกๆ วงจรการเติบโต ทำให้เส้นผมที่ผลิตออกมามีขนาดเล็กลง สภาพอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนกระทั่งรากผมหยุดผลิตเส้นผมไปในที่สุด (Trüeb, R. M., Et Al., (2018) (Trüeb, R. M. (2021)
4. ความเป็นพิษต่อยีนและการทำลายดีเอ็นเอในวงจรชีวิตของเส้นผม (Genotoxic DNA Damage to the Hair Cycle)
นอกเหนือจากเส้นทางด้านหลอดเลือดและการสูญเสียเม็ดสีแล้ว สารประกอบทางเคมีในควันยาสูบ (เช่น สารกลุ่มโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน หรือ PAHs) ยังส่งผลพิษต่อยีน (Genotoxic Effects) โดยตรงต่อกลไกการทำงานของเซลล์เส้นผม
การก่อตัวของสารเกาะเกี่ยวดีเอ็นเอ (DNA Adduct Formation): สารพิษจะเข้าไปสร้างพันธะโควาเลนต์กับดีเอ็นเอภายในเซลล์เมทริกซ์ของรากผมที่กำลังแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิด สารเกาะเกี่ยวดีเอ็นเอ (DNA Adducts) ความเสียหายทางพันธุกรรมนี้ทำให้ระบบการจำลองตัวของเซลล์ตามปกติ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างแกนผมเคราตินต้องหยุดชะงักลง
การเปลี่ยนผ่านวงจรเส้นผมอย่างกะทันหัน (Abrupt Cycle Transition): เมื่อดีเอ็นเอในระดับเซลล์ของรากผมถูกทำลาย กลไกการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของเส้นผมจะหยุดทำงาน รากผมจะได้รับสัญญาณความเครียดให้ยุติระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ก่อนเวลาอันควร และเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะถดถอย (Catagen Phase) และระยะพัก (Telogen Phase) ในทันที ก่อให้เกิดภาวะผมร่วงกระจายทั่วทั้งหนังศีรษะ ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า โรคผมร่วงเฉียบพลันชนิดเทโลเจน (Chronic Telogen Effluvium) (Babadjouni, A., Et Al., (2021)
ทำไมการสูบบุหรี่จึงทำให้ผมหงอกก่อนวัย
การสร้างเม็ดสีของเส้นผมขึ้นอยู่กับการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanocytes) ที่อยู่ภายในกระเปาะรากผมอย่างสิ้นเชิง การศึกษาทางการแพทย์พบค่าอัตราส่วนความเสี่ยง (Odds Ratio) ที่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะผมหงอกก่อนวัยก่อนช่วงอายุ 30 ปี สูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญ ความเครียดจากออกซิเดชันที่รุนแรงจากการสูบบุหรี่จะเข้าไปทำลายระบบต้านอนุมูลอิสระภายในรูขุมขน สภาวะที่เกิดจากการออกซิเดชันที่จำเพาะเจาะจงนี้จะทำลายเซลล์เมลานไซท์ของรากผม ส่งผลให้เซลล์เหล่านี้ไม่สามารถส่งผ่านเม็ดสีไปยังแกนผมที่กำลังเจริญเติบโตได้ เส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่จึงกลายเป็นผมที่ไม่มีเม็ดสี มีลักษณะโปร่งแสง หรือที่มองเห็นเป็นผมสีเทาและผมขาวในที่สุด (Zayed, A. A., Et Al., (2013).
ผลกระทบต่อชาวไทย และอันตรายจากการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง
ในปัจจุบัน ผลกระทบสะสมจากการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพรากผมของประชาชนชาวไทยเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยแสดงออกในลักษณะของอัตราการงอกใหม่ของเส้นผมที่ล่าช้าอย่างมาก และการฝ่อตัวลงของรากผมเรื้อรัง (Follicular Miniaturisation) น่าเสียดายที่ผู้ประสบปัญหาจำนวนมากมักตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อเรื่องการเร่งผมยาวหรือการปลูกผมที่เกินจริงจากแบรนด์เครื่องสำอางเคาน์เตอร์ทั่วไป หรือคลินิกเสริมความงามกระแสหลัก ผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดจำนวนมากมักใช้กลยุทธ์การตลาดคำว่า "ดีท็อกซ์หนังศีรษะ" แต่ภายในกลับผสมผสานตัวยาสังเคราะห์เข้ากับสารเคมีทำความสะอาดที่รุนแรง การจับคู่ที่อันตรายนี้จะเข้าไปทำลายเกราะป้องกันไขมันตามธรรมชาติของหนังศีรษะ ส่งผลให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคืองอย่างต่อเนื่องและเกิดภาวะหนังศีรษะอักเสบเรื้อรังไม่รู้จบ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมรากผมที่อ่อนแออยู่แล้วให้เสื่อมสภาพลงไปอีก
ในขณะเดียวกัน แนวทางการรักษาทางตราบำบัดหรือแพทย์ผิวหนังทั่วไป มักจะพึ่งพาการใช้ยาสังเคราะห์ที่รุนแรง ยาต้านฮอร์โมนเพศชายที่มีผลต่อระบบร่างกาย ฮอร์โมนเทียม รวมไปถึงการทาสเตียรอยด์เพื่อบังคับให้เส้นผมงอกขึ้นมาใหม่เป็นการชั่วคราว แม้ว่าการแทรกแซงทางเภสัชกรรมเหล่านี้อาจเห็นผลในระยะสั้น แต่พวกมันไม่ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาความเครียดจากออกซิเดชันที่เกิดจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่อันเป็นต้นตอที่แท้จริง ซ้ำยังทำให้เกิดการพึ่งพาตัวยา และเสี่ยงต่อการทำลายความสมบูรณ์ของเซลล์รากผมในระยะยาว (Trueb, R. M., 2021).
ทำไมคุณจึงควรเลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichologist) เพื่อการดูแลสุขภาพโพรงเส้นผมที่ปลอดภัยกว่า
เมื่อต้องรับมือกับภาวะผมบางและผมหงอกก่อนวัยที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ การเข้าพบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichologist) ถือเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยกว่าการรักษาผิวหนังทั่วไปหรือการซื้อผลิตภัณฑ์เคาน์เตอร์มาใช้เอง เนื่องจากแพทย์ผิวหนังทั่วไปมักจะมองว่าเส้นผมเป็นเพียงส่วนขยายรองจากโรคผิวหนัง และเน้นการรักษาด้วยยาสังเคราะห์ แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichologist) จะมุ่งเน้นไปที่ระบบนิเวศทั้งหมดของเส้นผมและหนังศีรษะโดยเฉพาะ
ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichologist) สามารถฟื้นฟูและกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมที่ฝ่อตัวด้วยโปรแกรมพฤกษศาสตร์บำบัดชนิดทาภายนอกที่อ่อนโยน ปลอดภัย และได้รับการปรุงสูตรขึ้นมาอย่างประณีตเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล วิธีการนี้สามารถช่วยกระตุ้นรากผมที่เคยหยุดทำงานให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง พร้อมทั้งช่วยต้านทานและปรับสมดุลความเสียหายจากออกซิเดชันที่เกิดจากสารพิษในบุหรี่ โดยปราศจากการใช้แชมพูเคมีที่รุนแรง ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมนสังเคราะห์ สเตียรอยด์ หรือยารักษาโรคที่มีผลข้างเคียงใด ๆ แนวทางปฏิบัติของผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichologist) จะให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์และการฟื้นตัวของรากผมอย่างแท้จริง คืนค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และความสมดุลทางชีวภาพตามธรรมชาติ เพื่อให้เส้นผมสามารถงอกใหม่ได้อย่างแข็งแรง ไร้การอุดตัน และมีอายุยืนยาวอย่างยั่งยืน (Harrison, S. & Bergfeld, W., 2009).
ขอขอบคุณเอกสารอ้างอิงทางการแพทย์และวารสารวิชาการ (MEDICAL REFERENCES) :
Babadjouni, A., Pouldar Foulad, D., Hedayati, B., Evron, E. & Mesinkovska, N. (2021). The Effects of Smoking on Hair Health: A Systematic Review. Skin Appendage Disorders, 7(4), 251-264.Harrison, S. & Bergfeld, W. (2009). Diffuse hair loss: Its importance and management. Cleveland Clinic Journal of Medicine, 76(6), 361-367.Jo, S. J., Choi, J. W., Lee, S. Y. & Choi, J. H. (2018). Hair Graying Pattern Depends on Gender, Onset Age and Smoking Habits. Acta Dermato-Venereologica, 98(8), 748-752.Trüeb, R. M. (2015). Effect of cigarette smoke on hair and skin. Experimental Dermatology, 24(7), 496-501.Trüeb, R. M. (2021). The Impact of Oxidative Stress on Hair Aging and the Trichological Approach. Journal of Cosmetic Dermatology, 20(1), 23-29.Trüeb, R. M., Henry, J. P., Davis, M. G. & Schwartz, J. R. (2018). Scalp Condition Impacts Hair Growth and Retention via Oxidative Stress. International Journal of Trichology, 10(6), 262-270.Zayed, A. A., Shahait, A. D., Awwad, M. N. & Al-Alami, M. A. (2013). Smokers' hair: Does smoking cause premature hair graying? Indian Dermatology Online Journal, 4(2), 90-93.