แชมพูปิดผมขาวอันตรายไหม

ผู้ชายมีผมหงอกสระผมด้วยแชมพูปิดผมขาว

ผู้ชายมีผมหงอกกำลังสระผมด้วยแชมพูปิดผมขาว

ถ้าใช้แชมพูปิดผมขาวไปเรื่อยๆ แล้วจะเกิดอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะไหม

โดยทั่วไปแชมพูปิดผมขาวที่วางขายทั่วไปถูกผลิตมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะความต้องการด้านการอำนวยความสะดวกของผู้ที่ทำสีผมบ่อยครั้ง หรือ สม่ำเสมอแต่ไม่อยากไปทำสีผมที่ร้านทำผมบ่อยๆ เดินที่แชมพูควรเน้นการทำความสะอาดหนังศีรษะเป็นหลักและการที่นำสารช่วยด้านการเปลียนสีผมมาผสมในแชมพูก็ไม่ได้ตรงกับหลักการใช้งานแชมพูที่เน้นการทำความสะอาด เพราะการเปลี่ยนสีผมอาจเสี่ยงการสะสมสารเคมีและส่งผลให้เกิดปัญหาหนังศีรษะต่างๆ ตามมาได้ แต่ละบุคคลอาจมีความเปลี่ยนแปลงหลังการใช้แชมพูเปลี่ยนสีผมไม่เหมือนกัน (แชมพูเปลี่ยนสีผมไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ย้อมถาวร) อาจปลอดภัยหากใช้ตามคำแนะนำและควรเช็คสภาพหนังษะอัพเดทสุขภาพหนังศีรษะเป็นประจำด้วย แต่ต้องพิจารณาสารตั้งต้นและความเปลี่ยนแปลงหลังการใช้อย่างต่อเนื่องส่วนบุคคล บางกรณีอาจเกิดการระคายเคือง แพ้ หรือทำให้ผมแห้งเสีย ผมขาดหลุดร่วงด้วยได้หากใช้แชมพูเปลี่ยนสีผมไปนานๆ

สิ่งที่ต้องรู้และตรวจสอบ

  • ชนิดของผลิตภัณฑ์

    • แชมพูปิดผมขาวแบบชั่วคราว: ออกแบบให้เปลี่ยนสีชั่วคราว ใช้สีเคลือบชั้นนอกของเส้นผม ล้างออกได้เมื่อสระ ทำความสะอาดง่าย ความเสี่ยงต่อการแพ้มักต่ำกว่า

    • แชมพูผสมสารย้อม (semi-permanent หรือ demi-permanent): มีสารทำสีซึมเข้าสู่เส้นผมหรือเคมีบางชนิด ให้ผลปกปิดมากขึ้น ความเสี่ยงเกิดการระคายเคือง/แพ้สูงขึ้นกว่าแบบชั่วคราว

    • แชมพูบำรุงที่อ้างว่าทำให้ผมดกขึ้นหรือเปลี่ยนสีเอง: หลักการมักเป็นการเคลือบหรือกระตุ้นเม็ดสีด้วยสารสกัดต่าง ๆ ผลลัพธ์อาจไม่ถาวรและขึ้นกับแต่ละบุคคล

  • ส่วนผสมที่ควรระวัง

    • PPD (para-phenylenediamine) และอนุพันธ์: พบบ่อยในผลิตภัณฑ์ย้อมผมแบบถาวร/semi-permanent — มีความเสี่ยงต่อการแพ้รุนแรงในบางคน

    • สารลดความชื้น/ซัลเฟตเข้มข้น: อาจทำให้ผมแห้งหรือระคายเคืองหนังศีรษะ

    • แอลกอฮอล์แรง สารฟอก หรือสารเคมีแรงอื่น ๆ: เพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้และแห้งกร้าน

    • สารสกัดหรือไทนเนอร์จากพืช: แม้จะธรรมชาติ แต่บางคนก็แพ้ได้

  • ปฏิกิริยาแพ้และอาการที่ต้องระวัง

    • คัน แดง แสบร้อน หนังศีรษะลอก บวมที่ผิวหนังหรือบริเวณใบหน้า

    • เมื่อมีเสียงฟองรุนแรงหรืออาการแทรกซ้อน เช่น หายใจลำบาก บวมมาก ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

  • การทดสอบก่อนใช้

    • Patch test: ทาที่ผิวหนังด้านในของท้องแขนหรือหลังใบหู ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ ทิ้งไว้ 24–48 ชั่วโมง เพื่อตรวจการแพ้

  • คนกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังเป็นพิเศษ

    • ผู้มีประวัติแพ้สารย้อมผมหรือแพ้เครื่องสำอาง

    • ผู้มีผิวหนังอักเสบเรื้อรัง โรคผิวหนังหนังศีรษะ เช่น โรคสะเก็ดเงิน ตุ่มน้ำ หรือแผลเปิด

    • ผู้ที่มีแนวโน้มผมเปราะบาง ผมเสียจากเคมีหรือความร้อน

  • คำแนะนำก่อนซื้อและการใช้งาน

    • อ่านฉลาก: ตรวจสอบส่วนผสมหลัก และคำเตือน

    • ทำ patch test เสมอหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารทำสี

    • หากมีอาการผิดปกติให้หยุดใช้และปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม (trichologist)

    • พิจารณาปัญหาผมร่วง-ผมบาง และสภาพหนังศีรษะก่อนใช้ทุกครั้ง ถ้าผมร่วงหนักอยู่ก็ไม่ควรใช้ ไม่แนะนำให้ใช้หากยังมีปัญหาหนังศีรษะ เช่น รังแคเรื้อรัง สะเก็ด ผิวหนังศีรษะอักเสบ แพ้ง่ายและอื่นๆ

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

    Lee J, Kwon KH. Considering the risk of a coloring shampoo with the function of gray hair cover cosmetology and skin barrier: A systematic review. Health Sci Rep. 2023 may 20;6(5) : e1271. doi:10.1002/hsr2.1271.pmid:37216053; pmcid: pmc10199648.

Next
Next

ทำไมผ่าตัดปลูกผมมาแล้ว (Post Hair Transplant) แต่ผมยังบางเหมือนเดิม?