ฝุ่น PM2.5 และอุณหภูมิที่สูงขึ้นในประเทศไทยอาจทำให้ปัญหาหนังศีรษะหลายอย่างรุนแรงขึ้น ควรดูแลยังไง

พนักงานออฟฟิศ ในประเทศไทย มีปัญหาหนังศีรษะอักเสบ จาก ฝุ่น PM2.5 และ อากาศร้อน

การสัมผัสกับฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มขึ้นและอุณหภูมิที่สูงขึ้นในประเทศไทยอาจทำให้ปัญหาหนังศีรษะหลายอย่างรุนแรงขึ้น

ท่านกำลังมีปัญหาช่วงอากาศร้อน เหงื่อออกเยอะ และหนังศีรษะมัน ทั้งที่อยู่ห้องแอร์ แต่หนังศีรษะอักเสบแบบไม่รู้ตัว

ผลกระทบหลัก

  • ระคายเคืองและอักเสบ: ฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 สามารถเกาะติดที่หนังศีรษะ กระตุ้นการอักเสบ เพิ่มอาการคัน แดง และระคายเคือง เกิดสิวบนหนังศีรษะ

  • การอุดตันรูขุมขน: ฝุ่น ไขมัน และเหงื่อผสมกันทำให้รูขุมขนอุดตัน ส่งผลให้เกิดรังแค มากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการอักเสบของรูขุมขน

  • ผมร่วงเพิ่มขึ้น: การอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากฝุ่นและความร้อนสามารถรบกวนวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมร่วงมากขึ้นหรือทำให้ผมขึ้นใหม่ช้าลง

  • ผิวแห้งและฟื้นตัวช้า: อุณหภูมิสูงและมลภาวะร่วมกันจะลดความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของหนังศีรษะ ทำให้หนังศีรษะแห้ง ลอก และคัน

  • เกิดรอยแดง สะเก็ดเแ็นแผ่น สิวขึ้นบนหนังศีรษะเรื่อยๆ ทั้งที่บางเคสอาจไม่รู้รู้สึกขันศีรษะเลยก็เป็นได้ ทำให้ต้องเช็คหนังศีรษะอย่างละเอียดถึงจะทราบปัญหาและดูแลอย่างตรงจุด

  • ผู้ที่มีภาวะเช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata), ผมร่วงจากการอักเสบ หรือโรคผิวหนังอักเสบผื่นแดง (seborrheic dermatitis/psoriasis) อาจเห็นอาการกำเริบหรือทรุดลง

วิธีดูแลและป้องกันมีดังนี้

ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม

  • เลือกแชมพูที่อ่อนโยน ปราศจากซัลเฟต สารแคมีแรงๆ แชมพูที่ใช้ปิดผมขาวหากใช้ไปเรื่อยๆ อาจทำให้หนังศีรษะมีความเปลี่ยนแปลงหรือแพ้ง่ายได้ ให้เช็คสภาพหนังศีรษะก่อนและเลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ (เช่น สำหรับหนังศีรษะแห้ง มันง่าย หรือแพ้ง่าย)

  • ปรับการใช้สูตรแชมพูให้เหมาะกับสภาพหนังศีรษะที่เิดความเปลี่ยนแปลง

  • วัยรุ่นและผู้ใหญ่ไม่ควรใช้แชมพูเด็ก (Baby Shampoo) มาสระผม เพราะถึงแม้ว่าแชมพูเด็กจะเป็นสูตรอ่อนโยนแต่ก็ไม่สามารถทำความสะอาดไขมันที่ผลิตจากหนังศีรษะผู้ใหญ่ได้หมด ใช้ไปอาจสระไม่สะอาด เสี่ยงมีสิ่งสกปรกตกค้างบนหนังศีรษะ ทำให้ศีรษะแย่ลงและผมร่วงได้ด้วย

  • สระผมเป็นประจำเมื่อสัมผัสมลภาวะหรือเหงื่อมาก ยิ่งอยู่ในประเทศร้อนชื้นอย่างประเทศไทยยิ่งต้องสระผมให้สะอาดก่อนนอน แต่หลีกเลี่ยงการใช้แค่น้ำเปล่าสระผมเพราะไม่สะอาดและสิ่งสกปรกยังตกค้างบนหนังศีรษะ (ปรับการสระผมแบบเฉพาะบุคคล ขึ้นกับสภาพหนังศีรษะในปัจจุบัน กิจกรรมและสภาพอากาศ)

  • ใช้น้ำอุณหภูมิอุ่นหรือน้ำเย็นล้างเพื่อช่วยปิดเกล็ดผมและลดการระคายเคือง ห้ามสระด้วยน้ำร้อนจะทำร้ายหนังศีรษะ

    ขจัดฝุ่นและมลภาวะจากหนังศีรษะ

  • เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบอ่อนโยน (Gentle Daily Cleansing Shampoo) ที่ช่วยขจัดอนุภาคและคราบมัน เช่น สครับหนังศีรษะสูตรอ่อนโยนหรือน้ำยาทำความสะอาดแบบยกคราบ

  • หลังออกนอกอาคาร ออกกำลังกายหรือมีการสัมผัสมลภาวะ ให้สระผมด้วยแชมพูและค่อยๆ ใช้มือนวดเบาๆ แต่ทั่วศีรษะขจัดฝุ่นที่ตกค้างบนหนังศีรษะเพื่อลดการอุดตันรูขุมขน

    บรรเทาการอักเสบและระคายเคือง

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ บริการเสริมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลการลดการอักเสบของหนังศีรษะ เช่น ทรีทเมนต์โลชั่นทำความสะอาด ลดผมร่วง (Topical Scalp Treatment) สูตรที่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ

  • หากมีอาการรุนแรง เช่น ผื่นแดง แผลพุพอง สิว สะเก็ด หรือการหลุดร่วงเป็นกระจุกของเส้นผม ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (trichologist) หรือแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม อย่าไปฟังคลิปในสื่อ Social Media หรือ คลิปแพทย์ที่นำเสนอสื่อแบบที่ไม่มีข้อมูลอ้างอิงเด็ดขาด ให้สอบถามข้อมูลอ้างอิง (Medical Journal) และสําหรับผู้วิจัยต้องเปิดเผยข้อมูลผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้วิจัย (Declaration of Conflict of Interest) ในผลการวิจัยด้วย

  • ถ้าเป็นการบริการควรมีเคสจริง (authentic Customer Review) รับรองผลลัพธ์จริงในการประกอบการให้ข้อมูลเสมอ

    ควบคุมความมันและเหงื่อ

  • ในสภาพอากาศร้อน เหงื่อและความมันเพิ่มขึ้น ยิ่งมีฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มขึ้นด้วยแล้ว ทำให้ฝุ่นเกาะง่ายแต่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ควรสระผมทุกวันหากมีเหงื่อออกหรือทำความสะอาดบริเวณหนังศีรษะหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกาย

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลที่ช่วยปรับสมดุลน้ำมันบนหนังศีรษะ เช่น ทรีตเมนต์สูตรออนโยนเฉพาะจุด ไม่จำเป็นต้องใช้พวกผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมหนักที่อุดตันรูขุมขน

    ปกป้องจากความร้อนและแสงแดด

  • สวมหมวกหรือร่มเมื่อออกกลางแจ้งเพื่อลดการสัมผัสฝุ่นและรังสี UV โดยตรง

  • ใช้สเปรย์ป้องกันความร้อนก่อนใช้เครื่องเป่าหรืออุปกรณ์ความร้อน ระวังห้ามฉีดโดนหนังศีรษะ

    บำรุงรากผมและกระตุ้นการงอกใหม่เพื่อทดแทนผมที่ขาดร่วงจากปัญหาหนังศีรษะ เพื่อป้องกันการเกิดผมบาง

  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงที่ออกแบบสำหรับกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบนหนังศีรษะ เช่น ทรีตเมนต์ที่ไม่มีมิน็อกซิดิล Minoxidil, Finasteride, Durasteride และอื่นๆ (ถ้าใช้ตามคำแนะนำแพทย์ ควรศึกษาวิจัยที่ใช้มาที่ต่างประเทศว่ามีผลข้างเคียงอะไรกับหนังศีรษะ ไม่ใช้ว่าสนแค่การเร่งผมขึ้นอย่างเดียว เสี่ยงอะไรด้านสุขภาพ หลังหยุดใช้จะเกิดอะไรบ้างเป็นต้น) สอบถามและดูข้อมูลจากหลายแห่ง

  • นวดหนังศีรษะเป็นประจำอย่างถูงต้องเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้สารบำรุงซึมเข้าดีขึ้น

    ปรับพฤติกรรมและสิ่งแวด

  • บางประเทศไม่ได้มีฝุ่น PM2.5 และอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย สามารถสระผมวันเว้นวันได้ แต่ถ้ามีกิจกรรมที่ส่งผลให้มีเหงื่อออกในวันนั้น ก็ควรสระผด้วยแชมพูและล้างออกให้สะอาดก่อนนอน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและสิ่งแวดของแต่ละบุคคล

  • ควรเช็คหนังศีรษะทุกครั้งก่อนทำสีผม

  • ควรเช็คผมก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทำผม เร่งผมขึ้น หรือใส่แฮร์พีซ ถ้าไมดูแลหนังศีรษะให้ดีก่อน ปัญหาหนังศีรษะ ผมร่วง-ผมบางจะตามมาได้

    ตรวจสอบค่าฝุ่นPM2.5

  • ปรับการสระผมตามค่าฝุ่น PM2.5 ที่แสดงใน APP ตรวจค่าฝุ่น2.5 ทุกวันเป็นประจำ

  • หนังศีรษะสามารถเกิดความเปลี่ยนแปลงได้จากฝุ่นPM2.5

    ข้อควรระวังเพิ่มเติม

  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคืองสูง เช่น แอลกอฮอล์เข้มข้น หรือ สารทำความสะอาดรุนแรง

    • โดยเฉพาะผู้มีผิวบอบบางหรือมีภาวะผิวหนังอ่อนแอ แพ้ง่าย (Sensitive Scalp) อยู่แล้ว เช่น ผู้ที่ชอบใช้แชมพูปิดผมขาว ทำสีผม โกรกผมขาว ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม (พวกผลิตภัณฑ์แต่งทรงผม Hair Styling หลากหลายรูปแบบ ทั้งเจล แวกซ์ โฟม สเปรย์ และ ไฟเบอร์โรยผมสำหรับปิดผมบาง-ผมหงอกขาวในทันที เพื่ออัพวอลลุ่มให้เส้นผมเป็นประจำ) หากจะใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ควรเช็คและอัพเดทสุขภาพหนังศีรษะก่อนจะได้ทราบว่าหนังศีรษะสะอาด แข็งแรงพอจะใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมได้หรือไม่ ถ้าเช็คและพบปัญหาหรือความเปลี่ยนเแปลงของหนังศีรษะ ควรงดการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมชั่วคราวก่อนและรีบดูแลปัญหาหนังศีรษะให้ดีก่อน

    • หากใช้ยาเร่งผมขึ้น (โดยเฉพาะถ้ามายาอย่าง Minoxidil หรืออื่นๆ รูปแบบน้ำผสมอยูู่) หรือการรักษาเร่งผมขึ้นทางการแพทย์ (Dermatologist) ที่มีการใช้บริการที่ส่งผลต่อผิวหนังศีรษะโดยตรง เช่น การใช้ยาเร่งผมขึ้นรูปแบบการทา สะกิดด้วยเครี่องมือ หรือ ฉีดเข้าบริเวณหนังศีรษะโดยตรง หรือ บริการ เลเซอร์ (Laser) ยิงบนผิวหนังศีรษะที่อ้างว่าสามารถช่วยกระตุ้นเส้นผมแต่สามารถทำร้ายชั้นผิวหนังศีรษะได้ สังเกตุพวกเลเซอร์ที่ใช้ยิงที่ศีรษะและมีการแจ้งให้งดการสระผม ประเภทนี้มีสามรถผลต่อผิวหนังศีรษะโดยตรง หากมีสภาพหนังศีรษะแพ้ง่าย ออนแอ หรือ มีปัญหาหนังษะต่างๆ อยู่ก็ควรระวัง ให้งดการใช้สิ่งเหล่านี้ก่อนจนกว่าจะดูแลหนังศีรษะให้กลับมาสะอาด แข็งแรง

    • หากเช็คหนังศีรษะและมีอาการรอยแดง ระคายเคือง สิว พื้น รังแค สะเก็ดและปัญหาหนังศีรษะอื่นๆ อาจส่งผลให้สภาพหนังศีรษะอักเสบเรื้อรังและเกิดผมร่วงหนักได้ด้วย ให้เช็คสภาพหนังศีรษะอย่างละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichologist) ก่อนทุกครั้ง

    • การดูแลปัญหาหนังศีรษะมีหลากหลายวิธี แต่ไม่ใช้ว่าทุกวิธีจะให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ที่สำคัญหากเลือกผิดหรือใช้แล้วไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นก็ควรลองศึกษาหาข้อมูลและพิจรณาทั้งผลลัพธ์และผลข้างเคียงของวิธีการต่างๆ อย่างรอบคอบ

    • ขั้นตอนการเช็คหนังศีรษะเป็นสิ่งที่สำคัญ เหมือนการรักษาโรคต่างๆ หากผู้ที่เช็คไม่มีประสบการ์ณ อ่านแต่ข้อมูลแต่แยกประเภทปัญหาหนังษะและไม่มีข้อมูลอ้างอิงทุกการให้คำปรึกษา อาจส่งผลให้เกิดการวิเคราะห์ผิดและนำไปสู่การเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงของปัญหาหนังศีรษะได้

  • ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผม…แต่อยู่ที่ “สภาพหนังศีรษะ” ดังนั้นก่อนที่ผมจะบางลงไปมากกว่านี้ ลองเช็คหนังศีรษะของท่านก่อนเพื่อรับการออกแบบวิธีการดูแลปัญหาหนังศีรษะอย่างตรงจุดแบบเฉพาะบุคคล (Bespoke Scalp Treatment)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

  1. Samra T, Lin RR, Maderal AD. The Effects of Environmental Pollutants and Exposures on Hair Follicle Pathophysiology. Skin Appendage Disord. 2024 Aug;10(4):262-272. doi: 10.1159/000537745. Epub 2024 Apr 17. PMID: 39108549; PMCID: PMC11299971.
  2. Son, E., and Kwon, K. H. (2025). The Invisible Threat to Hair and Scalp from Air Pollution. Polish Journal of Environmental Studies, 34(2), pp.1745–1753.
Next
Next

ปรึกษาปัญหาผมร่วง-ผมบาง ทำไม Harley St. Hair Centre ต้องขอเช็กและสอบถามข้อมูลเชิงลึก?